เสื้อผ้าแฟชั่นกับภาวะโลกร้อนเกี่ยวกันอย่างไร?

เสื้อผ้าแฟชั่น

“ภาวะโลกร้อน” เป็นวิกฤตที่กำลังเคลือบคลานเข้ามาอย่างต่อเนื่องซึ่งปัจจัยหลักนั้นเกิดจากเงื้อมือมนษย์เรานี่ล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากอุตสาหกรรมต่างๆ การเปิดแอร์ การใช้รถยนต์หรือแม้กระทั้งกระบวนการผลิต “เสื้อผ้าแฟชั่น” ก็เป็นอีกปัจจัยหลักที่ใกล้ตัวและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนอย่างที่เราคาดไม่ถึงเลยหล่ะครับ ในบทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปทำความเข้าใจและศึกษาว่าทำไม? เสื้อผ้าแฟชั่นถึงได้ไปเกี่ยวกับข้องกับภาวะโลกร้อนได้ เราจะไปหาคำตอบกันครับ

ทำความรู้จักกับ “Fast Fashion” ต้นต่อแห่งหายนะเงียบต่อสิ่งแวดล้อม

หากเปรียบแบรนด์เสื้อผ้าดังๆ ในอุตสาหกรรมการผลิตเสื้อผ้าที่ออกรุ่นใหม่อยู่เรื่อยๆ มาไวไปไว ผลิตเสื้อผ้าตามสมัยนิยม และเน้นขายปริมาณมากๆ ราคาถูก ยิ่งเมื่อตลาดออนไลน์และธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้รับความนิยมมากขึ้น ยิ่งส่งผลต่อวความต้องการขายและความต้องการซื้อของผู้บริโภคที่สามารถช็อปปิ้งเสื้อผ้าได้สะดวกและง่ายกว่าเดิม ซึ่งกล่าวได้ว่า “Fast Fashion คือ การเปลี่ยนแปลงต่อความต้องการขายเสื้อผ้า เป็นการผลิตในราคาที่ไม่แพง เป็นแฟชั่นวงจรสั้นๆ เน้นการขายในปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็ว” นั้นเอง ซึ่งยิ่งส่งผลโดยตรงต่อความเสื่อมโทรมของทรัพยากรในธรรมชาติจากกระบวนการผลิตครับ

กระบวนการผลิตเสื้อผ้าส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร?

ผลกระทบหรือมลพิษที่เกิดจากกระบวนการผลิตเสื้อผ้าสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้ดังต่อไปนี้

1.มลพิษทางน้ำ ซึ่งกระบวนการผลิตเสื้อผ้านั้นในน้ำในกระบวนการผลิตเป็นจำนวนมากถึงประมาณ 2000 – 3000 ลิตรเลยหล่ะครับ ซึ่งเหตุผลที่ใช้น้ำเยอะนั้นเป็นเพราะการนับตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกฝ้ายและการฟอกยอมสีที่แต่ละกระบวนการนั้น ใช้น้ำเป็นจำนวนมากครับ
2.มลพิษทางอากาศ เกิดจากกระบวนการผลิตสิ่งทอหรือเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการย้อมผ้า การอบ การเผาหรืออื่นๆ ซึ่งคิดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็น 10% ของการปล่อยทั้งหมดของโลกเลยหล่ะครับ

นอกจากปริมาณของเสีย (Waste) ที่เกิดจากกระบวนการผลิตเสื้อผ้าแล้ว เสื้อผ้าที่ถูกทิ้งนั้นหากไม่เผาก็จะถูกนำไปฝังกลบในใต้ดินทำเกิดเป็นขยะมากมายมหาศาลจำนวนหลายล้านตันเลยหล่ะครับ และในอนาคตจะยิ่งเพิ่มทวีคูณขึ้นไปอีกหากไม่ได้รับการแก้ไขครับ

ทั้งนี้ในปัจจุบันปัญหาต่างๆ ข้างต้นเป็นที่รับรู้และตระหนักกันอย่างกว้างขวางมากขึ้น บางประเทศเริ่มมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากแบรนด์ต่างๆ เพื่อนำเงินดังกล่าวมาดูแลของเสียที่เกิดขึ้นจากเสื้อผ้าและในขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่จัดอยู่ในหมวด Fast Fashion ต่างพยายามริเริ่มกิจกรรมต่างๆ  เพื่อลดการทิ้งเสื้อผ้าและกระตุ้นให้นำเสื้อผ้าที่จะทิ้งกลับมา Recycle ใหม่

เทรนด์ Slow Fashion ที่กำลังจะช่วยโลก

Slow Fashion คือ เทรนด์ของการนำเสื้อผ้าที่มีอยู่มาใส่ซ้ำ รณรงค์ให้ลดการซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ และหันมา Mix and Match กับเหล่าบรรดาชุดที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้าของคุณ เพื่อนำกลับสวมใส่ได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งประโยชน์จากการทำแบบช้างต้นนั้นมีทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดเงินหรือช่วยลดขยะที่จะเกิดขึ้นจากการทิ้งเสื้อผ้าซึ่งนำไปสู่ภาวะโลกร้อนนั้นเองครับ 

3 ข้อดีของการใส่เสื้อผ้าซ้ำ

ประหยัดค่าใช้จ่าย การไม่ซื้ออะไรเพิ่มเติม ย่อมเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างอัตโนมัติ เช่นเดียวกับการไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปมากเลยทีเดียว 

ประหยัดพื้นที่ตู้จัดเก็บเสื้อผ้า ปัญหาเสื้อผ้าล้นตู้จะหมดไป ถ้าการเลือกซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ดังนั้นการเลือกใส่เสื้อผ้าซ้ำ จะช่วยให้ประหยัดพื้นที่ตู้จัดเก็บเสื้อผ้าได้มาก

 ●บอกสไตล์การแต่งตัวของตัวเอง การใส่เสื้อผ้าซ้ำ เป็นหนึ่งในการบอกสไตล์การแต่งตัวของตัวเองได้อย่างชัดเจน ในขณะที่การใส่เสื้อผ้าตัวใหม่หรือแฟชั่นใหม่ๆ กลับทำให้สไตล์การแต่งตัวของเราดูหลากหลาย และแทบจะไม่สามารถบอกสไตล์การแต่งตัวของตัวเองได้ชัดเจนมากนักและนี้คือความรู้เกี่ยวกับ “เสื้อผ้าแฟชั่นกับภาวะโลกร้อน” ที่เราได้นำมาฝากท่านผู้อ่านกันครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ